บริษัทแม่ : มาร์ส อิงก์
ปีที่ก่อตั้ง : 2454
สำนักงานใหญ่ : เมืองแมกลีน มลรัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา
ประเภทธุรกิจ : อุตสาหกรรมผลิตขนมหวาน และอาหารสัตว์
จำนวนพนักงาน : 150,000 คน ในกว่า 80 ประเทศทั่วโลก
มาร์ส อิงก์ สัญชาติอเมริกัน ผู้ผลิตช็อกโกแลตบาร์แบรนด์ดังอย่าง Mars, Twix, M&M, Snickers หลายคนอาจไม่รู้ว่าเป็นรายเดียวกับผู้ผลิตมื้อโปรดของน้องแมวน้องหมาหลายบ้านอย่าง Royal Canin, Whiskas และ Pedigree
เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มาร์ส อิงก์ สำนักงานใหญ่ ที่มีชาวมาร์สทำงานอยู่ราว 150 ชีวิต มีการปรับปรุงครั้งใหญ่ ด้วยแนวคิด dynamic, pet-friendly workplace นอกจากไอเดียรีโนเวทเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งการประหยัดพลังงาน เติมพื้นที่สีเขียว เพิ่มพื้นที่เพื่อการสันทนาการและดูแลสุขภาพสำหรับพนักงานแล้ว มาร์สยังมีเป้าหมายในการเป็นอาคารสำนักงานต้นแบบที่เป็นมิตรสำหรับสัตว์เลี้ยงอีกด้วย
ในเอเชีย มาร์ส เพ็ทแคร์ ทำแคมเปญรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องจนคว้ารางวัล The Eco-friendly Initiative of the Year Thailand Award จากเวที FMCG Asia Awards 2023 ที่ประเทศสิงคโปร์จากความเอาจริงเอาจังเรื่องการลดผลกระทบจากบรรจุภัณฑ์พลาสติก
มาร์สยังมีนโยบายเข้มแข็งในการดูแลพนักงาน รวมไปถึงครอบครัวของพนักงาน
สิทธิประโยชน์สำหรับพนักงานและครอบครัว
ลาดูแลลูก
พนักงานสามารถลาเพื่อดูแลลูกได้ถึง 52 สัปดาห์ และสามารถลาโดยรับเงินเดือนร้อยละ 90 ได้ถึง 26 สัปดาห์
ลาดูแลลูกบุญธรรม
บริษัทมีนโยบายให้การลาเพื่อดูแลลูกบุญธรรมเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลลูกด้วย นโยบายนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ของบริษัทในการสนับสนุนความเป็นพ่อแม่ที่มีความหลากหลาย
โปรแกรมดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Health and Wellness Programs)
บริษัทมีโปรแกรมที่หลากหลายเพื่อช่วยพนักงานสร้างความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตและการทำงาน รวมทั้งสุขภาพร่างกายและจิตใจ นอกจากนี้ยังให้ความคุ้มครองทางการเงินสำหรับความเจ็บป่วย ทุพพลภาพ การเสียชีวิตและทางเลือกในการออมเพื่อเกษียณ
โปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน (Associate Assistance Program : AAP)
โปรแกรมให้คำปรึกษาฟรีและรักษาความลับให้แก่พนักงานและสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งให้การสนับสนุนส่วนบุคคล ให้คำปรึกษทางด้านอารมณ์ การงาน กฎหมาย การเงิน และอาชีพ
นโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่น
- บริษัทเสนอการจัดการการทำงานที่ยืดหยุ่นเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์และความต้องการของครอบครัวที่แตกต่างกัน สิ่งนี้ช่วยให้พนักงานสร้างสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- พนักงานที่เป็นผู้ปกครองสามารถปรับชั่วโมงการทำงานให้สอดคล้องกับความต้องการในการดูแลเด็กได้ดีขึ้น รวมทั้งส่งเสริมการผสมผสานระหว่างการทำงานและชีวิตครอบครัวอย่างกลมกลืน
การสนับสนุนทางการเงิน
บริษัทให้การสนับสนุนทางการเงินเพื่อแบ่งเบาภาระที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเด็ก ความช่วยเหลือนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ร่วมงานจะเข้าถึงทางเลือกในการดูแลเด็กที่มีคุณภาพ โดยไม่กระทบต่อความมั่นคงทางการเงินของพวกเขา
การฝึกอบรมและการสนับสนุนสำหรับผู้ปกครอง
นอกจากนโยบายการลางาน บริษัทยังลงทุนในการฝึกอบรมความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับพนักงานที่เป็นผู้ปกครอง รวมทั้งมีนโยบายเฉพาะเพื่อช่วยเหลือครอบครัวในช่วงเวลาที่ท้าทาย เช่น การระบาดใหญ่ของโควิด-19
การมีส่วนร่วมกับชุมชน
บริษัทส่งเสริมความรู้สึกเป็นชุมชนในหมู่ผู้ร่วมงาน ขยายไปสู่กิจกรรมที่มุ่งเน้นครอบครัว และโอกาสในการมีส่วนร่วม โครงการริเริ่มเหล่านี้มีส่วนช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้ออำนวย ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานและครอบครัว
ที่มา :