การดูแลผู้สูงอายุในครอบครัว กลายเป็นโจทย์ของคนทำงานยุคนี้ เมื่อสังคมก้าวสู่การเป็น “สังคมผู้สูงอายุ” ขณะที่อัตราเด็กเกิดใหม่ดิ่งลงจนแตะขีดวิกฤติ
หันกลับไปดูสวัสดิการขององค์กร ส่วนใหญ่ยังเน้นสนับสนุนพนักงานให้ดูแลลูก จะยังตอบโจทย์ให้กับคนทำงานได้อยู่หรือไม่?
Procter & Gamble หรือ P&G บรรษัทข้ามชาติ จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ตั้งคำถามนี้ เมื่อหลายปีก่อน
จึงจัด Focus group สำรวจสถานการณ์ชีวิตพนักงาน เพื่อจะพบว่า คนทำงานจำนวนมากไม่แต่งงาน ส่วนที่แต่งงานก็ไม่มีลูก ส่วนที่มีลูก หลายคนลูกก็โต ๆ กันแล้ว
โจทย์ของพนักงานตอนนี้ คือต้องดูแลผู้สูงอายุ ไม่ใช่แค่พ่อแม่ญาติพี่น้อง แต่บางคนช่วยดูแลเพื่อนบ้านสูงอายุ ที่คุ้นเคยกันมายาวนานด้วย
พอรู้ปัญหา-ความต้องการของพนักงาน ทำให้ได้นโยบายใหม่มา 2 เรื่อง
1 – สนับสนุนข้อมูล
บริษัทจัดจ้างศูนย์ข้อมูลการดูแลผู้สูงอายุ พนักงานจะได้ไม่เสียเวลาค้นหา ว่าจะไปเรียกรถรับ-ส่งผู้สูงอายุหาหมอตามนัดได้ที่ไหน บริการจัดข้าวปลาอาหารให้ผู้สูงอายุที่บ้านก็มีด้วย รวมถึงสินค้าและบริการต่าง ๆ
โดยหวังว่าข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยให้พนักงานดูแลผู้สูงอายุได้ง่ายขึ้น ใช้เวลาน้อยลง ชีวิตรุงรังลดลง จะได้มีเวลาและความพร้อมในการทำงานเพิ่มขึ้น
2 – การดูแลครอบครัวเป็นเรื่องคุยกันได้
แทนที่แต่ละคนจะต้องหมกมุ่นหัวแตกไปตามลำพัง P&G สนับสนุนให้คนในทีม ทั้งหัวหน้า-ลูกน้อง คุยเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง
หลายคนมาจากต่างเมืองต่างมลรัฐ พ่อแม่อยู่ไกล อายุเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คนเป็นลูกก็กังวลไปหมด แต่พอได้พูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน ที่เจอปัญหาคล้ายกัน ได้แบ่งปันข้อมูล ความรู้ ฮาว์-ทูต่าง ๆ เพื่อนรวมงานกลายเป็น group support ช่วยปลอบใจคลายทุกข์ และหาทางรับมือกับปัญหาด้วยกัน
หลังใช้นโยบายนี้มาสองปี เมื่อมีการจัดสำรวจข้อมูลอีกอีก พบว่า พนักงาน 60-75% บอกว่าความเครียดลดลง มีสมาธิในการทำงานเพิ่มขึ้น
นับเป็นตัวอย่างนโยบายการดูแลพนักงานที่น่าสนใจ โดยเฉพาะข้อ 2 ที่บริษัทไม่ต้องลงทุนสักนิดเดียว แต่สิ่งที่ได้กลับมา คือประสิทธิภาพการทำงาน ได้ใจพนักงาน แถมความสัมพันธ์ในทีมก็ดีขึ้นด้วย
ที่มา : เว็บไซต์ hrexecutive