“เดอะแบก” กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง
เว็บไซต์ Forbes Business Development Council ของนิตยสาร Forbes เผยแพร่บทความ Caregiving Still Takes A Village, And Employers Can Help Rebuild It เมื่อต้นเดือนเมษายนนี้ โดย Priya Krishnan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายดิจิทัลและการเปลี่ยนแปลงองค์กรของ Bright Horizons บริษัทผู้นำด้านการสนับสนุนครอบครัวในที่ทำงาน
Priya ระบุถึงสุภาษิตเก่าแก่ที่กล่าวไว้ว่า “การเลี้ยงเด็กหนึ่งคนต้องอาศัยทั้งหมู่บ้าน” ว่าเป็นความจริง ที่ทั้งญาติ เพื่อนบ้าน คนในชุมชน และระบบต่าง ๆ ที่ดูแลเด็ก ทำหน้าที่เป็นเครือข่ายรองรับช่วยเหลือกัน
แต่วันนี้ หมู่บ้านนั้นกำลังหดตัวเล็กลงเรื่อย ๆ และคนวัยทำงานกำลังแบกรับภาระเพียงลำพัง
หมู่บ้านหายไปไหน?
ในปี 2568 Bright Horizons ร่วมกับ The Harris Poll สำรวจความท้าทายของพ่อแม่ยุคปัจจุบันกว่า 2,000 คน ผลสำรวจ Modern Family Index 2026 ที่ได้ออกมาชัดเจนมาก
81%
บอกว่า “หมู่บ้าน” ของตนเล็กลงกว่ารุ่นพ่อแม่อย่างมาก
Modern Family Index 2026, Bright Horizons
3–4 ครั้ง/เดือน
ที่ระบบดูแลเด็กล้มเหลวโดยไม่ตั้งตัว
Modern Family Index 2026
66%
ของครัวเรือนสหรัฐฯ มีผู้ปกครองทำงานนอกบ้านทั้งคู่
Modern Family Index 2026
ข้อมูลจาก Stanford RAPID Survey ปี 2568 ยังพบว่าเครือข่ายช่วยเหลือแบบดั้งเดิม ทั้งญาติ เพื่อน และเพื่อนบ้าน พร้อมสนับสนุนได้น้อยลงกว่าเดิมมาก เมื่อระบบดูแลพังกะทันหัน เช่น พี่เลี้ยงป่วย โรงเรียนหยุดฉุกเฉิน หรือผู้สูงอายุในบ้านไม่สบาย คนทำงานต้องวิ่งหาทางออกเอง ซึ่งนั่นหมายถึงการขาด ลา มาสาย กลับก่อน ของคนทำงานที่เกิดขึ้นเกือบทุกเดือนในปีที่สำรวจ
“ภาระนี้หนักยิ่งขึ้นไปอีกสำหรับคนที่ต้องดูแลทั้งลูกและพ่อแม่สูงอายุพร้อมกัน เวลาน้อย ความเครียดสะสม ต้องสลับบทบาทตลอดเวลา จนนำไปสู่ภาวะหมดไฟ ความรู้สึกผิด การนอนไม่หลับ และการละเลยการดูแลตัวเอง ทั้งหมดนี้ส่งผลโดยตรงต่อการทำงานและสุขภาพการเงิน”
— Priya Krishnan, Bright Horizons (Forbes, เมษายน 2569)
การสนับสนุนที่ “เข้าใจ”
สิ่งที่บทความนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนคือ พนักงานไม่ได้ต้องการแค่ “ความเห็นใจ” แต่ต้องการระบบสนับสนุนที่เป็นรูปธรรมและมีความเข้าใจสถานการณ์ปัญหาจากองค์กร เพราะเครือข่ายแวดล้อมที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้อย่างในอดีตแทบจะหายไปหมดสิ้นแล้วในสังคมปัจจุบัน
องค์กรสามารถเริ่มต้นได้ด้วยการ “รับฟัง” อย่างจริงจังว่าพนักงานแต่ละกลุ่มต้องการอะไร ผ่านการสำรวจความเห็น กลุ่ม Employee Resource Group หรือการพูดคุยกับหัวหน้า/ผู้บริหาร เพราะแต่ละครอบครัวมีความต้องการไม่เหมือนกัน
ตัวอย่างสิ่งที่องค์กรทำได้
สนับสนุนการดูแลเด็ก เช่น ค่ายฤดูร้อนสำหรับลูกพนักงานในช่วงปิดเทอม
สนับสนุนการดูแลผู้สูงอายุ เช่น สวัสดิการสนับสนุนการดูแลผู้สูงอายุในครอบครัว บริการด้านสุขภาพที่เข้าถึงได้ง่าย นโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่นและเป็นมิตรกับครอบครัว โอกาสพัฒนาทักษะควบคู่กับการดูแลครอบครัว
บทความชิ้นนี้พยายามชี้ให้เห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่องค์กรจะต้องมองมุมใหม่ เลิกมองการดูแลครอบครัวว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของพนักงาน เพราะถ้า “หมู่บ้าน” หายไป แล้วพนักงานต้องจัดการเองทุกอย่าง ยากมากที่จะมีเวลาและสมาธิเพียงพอสำหรับการทำงาน แล้วผลกระทบย่อมตกที่ประสิทธิภาพงานอย่างยากจะหลีกเลี่ยง
สถานการณ์ที่ Priya พูดถึงในบริบทสังคมสหรัฐอเมริกา ไม่ต่างจากบ้านเรา ที่เห็นได้ชัดว่าคนทำงานไม่มีระบบสนับสนุนการดูแลครอบครัว หลายคนจากถิ่นฐานบ้านเกิดมาทำงานในเมือง ไม่มีญาติมิตร หรือเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง ที่พอจะเป็นที่พึ่งให้กันได้ ขนาดครอบครัวก็เล็กลง ไม่มีพี่น้องที่ผลัดมือมาช่วยกันดูแลสมาชิกในครอบครัวเหมือนสมัยก่อน ขณะที่ระบบรองรับทั้งของรัฐและเอกชนก็มีไม่เพียงพอ
การปรับตัวขององค์กรเพื่อรับมือสถานการณ์นี้ จึงเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่จำเป็น เพราะนอกจากจะลดผลกระทบต่องานแล้ว การตอบโจทย์พนักงานได้อย่างแม่นยำ จะนำไปสู่ความผูกพัน ผลผลิตที่สูงขึ้น และความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาวอย่างแท้จริง
ไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมจากเครือข่ายสถานที่ทำงานเป็นมิตรกับครอบครัว
แอด FFW LINE OA
