Search
Close this search box.
วัยทำงาน

ใคร? แบกหนี้ครัวเรือน

เรื่องเงิน เรื่องหนี้ ถูกมองเป็นปัญหาส่วนตัว ใครก่อ ใครก็จ่าย

ยิ่งถ้าเป็นในที่ทำงานด้วยแล้ว ไม่มีใครอยากยุ่งด้วย

ข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย และ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ เรื่องหนี้ของชาวไทย ล่าสุด พบว่า

• ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อส่วนบุคคล 39% แต่หนี้ทางธุรกิจที่จะช่วยสร้างรายได้ในอนาคต มีแค่ 4% หนี้บ้านที่จะทำให้ชีวิตมั่นคง มีแค่ 4% เช่นกัน

• หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล คือหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภค ไม่สร้างรายได้ ระยะผ่อนสั้น ดอกเบี้ยสูง ภาระการผ่อนจ่ายต่อเดือนก็จะสูงตามไปด้วย

• กลุ่มวัยเริ่มทำงาน (20 – 35 ปี) เป็นกลุ่มที่มีหนี้ที่ไม่สร้างรายได้สูงที่สุด มีสัดส่วน “หนี้เสีย” สูงที่สุด และมีแนวโน้มการก่อหนี้ (และทำหนี้เสีย) เพิ่มขึ้นด้วย

• อีกสองกลุ่มที่น่าเป็นห่วง คือเกษตรกร และ ผู้มีรายได้น้อย เพราะสัดส่วนภาระหนี้เทียบกับรายได้ สูงขึ้นอย่างชัดเจนในรอบ 12 ปี

หนี้ กระทบงาน

หลังโควิด-19 แพร่ระบาด บริษัทการเงิน SoFi และบริษัททรัพยากรมนุษย์ Workplace Intelligence ของสหรัฐอเมริกา สำรวจพบว่าความเครียดอันดับหนึ่งของคนวัยทำงาน คือเรื่องความมั่นคงทางการเงิน ได้แก่ เป็นหนี้บัตรเครดิต หนี้ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ กลัวเงินเก็บไม่พอใช้หลังเกษียณ ฯลฯ

ในบ้านเรา สวนดุสิตโพล สำรวจหลังโควิด-19 พบว่า 44.3% ของกลุ่มสำรวจวัยทำงาน เครียดเพิ่มขึ้นจากรายได้ที่ลดลง และไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวเลวร้ายลงด้วย

ปัญหาหนี้ : ที่ทำงานช่วยได้

สถานที่ทำงานทั้งต่างประเทศและในไทย ตื่นตัวเรื่องหนี้สินของพนักงาน เพราะรู้ถึงผลกระทบที่จะลุกลามมาถึงการทำงาน

หลายองค์กร/สถานประกอบการ มีกองทุนกู้ยืม สหกรณ์ เงินกู้ประเภทต่าง ๆ ให้กับพนักงาน แต่ถ้าขาดความรู้ในการจัดการการเงิน แทนที่ปัญหาจะคลี่คลาย ยิ่งกลายเป็นการเพิ่มหนี้ ปัญหายิ่งยุ่งยากซับซ้อนขึ้นไปอีก

ปัจจุบัน หลายบริษัทใช้วิธีจ้างผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้และปรับพฤติกรรมทางการเงินให้กับพนักงาน เสริมจากการสนับสนุนด้านเงินทุนกู้ยืม

ในบ้านเรา มีบริษัทเอกชนที่รับดูแลปัญหาการเงินและหนี้สินให้กับคนทำงานเกิดขึ้นหลายแห่ง ได้รับความสนใจจากองค์กร/สถานประกอบการให้ไปช่วยเหลือพนักงานในที่ทำงานค่อนข้างมาก

ตรวจ “เป๋าตังค์” มนุษย์งานไทย

เครือข่ายสถานประกอบการที่เป็นมิตรกับครอบครัว ร่วมกับแพลตฟอร์มโนบูโร ที่มีประสบการณ์เสริมความรู้และทักษะการเงินให้พนักงานในองค์กร/สถานประกอบการ เห็นตรงกันว่า การเงินไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคล แต่เป็นเรื่องของ “ครอบครัว”

ยิ่งบ้านเราเป็น “ครอบครัวใหญ่” เรื่องการเงิน/หนี้สิน สมาชิกในครอบครัวน่าจะต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่จัดการอยู่แค่คนเดียว

โครงการนำร่องสำรวจสถานการณปัญหา เริ่มต้นขึ้นในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มีการจัดกิจกรรมเสริมความรู้ด้านการจัดการการเงิน ควบคู่กับวิธีการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีในครอบครัว ให้กับ 2 บริษัท แต่ละแห่งมีพนักงานเข้าร่วมโครงการ 20 – 30 คน

จากกิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการการเงินของคนวัยทำงาน พบข้อมูลน่าสนใจ

  • คนทำงานจำนวนมาก แม้จะอยู่ตัวคนเดียว หรือกับครอบครัว (คู่และลูก / คู่ ไม่มีลูก) แต่จะส่งเงินให้ครอบครัว (พ่อ แม่ พี่น้อง) ซึ่งอาจพักอาศัยคนละจังหวัด
  • ส่วนใหญ่ส่งเงินให้พ่อแม่ในจำนวนเท่า ๆ กันทุกเดือน พ่อแม่อาจขอเพิ่ม รายจ่ายบางอย่าง พนักงานมองว่าจำเป็น เช่น การลงทุนเพาะปลูก หรือใช้หนี้ให้คนในครอบครัว รายจ่ายบางอย่างไม่จำเป็น เช่น ซื้อของใช้ไม่มีประโยชน์ กินเหล้า เล่นหวย เป็นแม่ยก ฯลฯ
  • ส่วนใหญ่ไม่พูดคุยเรื่องการเงิน/หนี้สินกับคนในครอบครัว หรือถ้าคุย จะคุยกับคู่เท่านั้น แต่ถ้ามีปัญหาการเงิน ทั้งที่รู้ว่าจำเป็นต้องคุย แม้แต่กับคู่ก็คุยได้ยาก
  • ถ้าพ่อแม่มาขอเงินเพิ่ม พนักงานส่วนหนึ่งมองว่าต้องให้ เพราะพ่อแม่มีพระคุณ ขณะที่พนักงานบางคนจะดูเป็นกรณีไป โดยดูว่าพ่อแม่จะเอาเงินไปทำอะไร จำเป็นแค่ไหน รายได้ของตนเพียงพอหรือไม่
  • พนักงานส่วนหนึ่งบอกว่าจะไม่คุยกับลูกเรื่องหนี้ เพราะกลัวลูกเครียด กลัวกระทบการเรียน แต่บางคนมองว่า เด็กควรรับรู้เรื่องการเงินของครอบครัว จะได้ช่วยกันประหยัด หรือหารายได้เพิ่ม แต่ก็ขึ้นกับช่วงวัย และนิสัยใจคอของเด็กแต่ละคนด้วย ว่าพร้อมจะรับรู้เรื่องนี้สักแค่ไหน
  • พนักงานจำนวนมากไม่จดรายรับ-รายจ่าย แต่พอเข้าร่วมโครงการฯ แล้วเริ่มบันทึกประจำวัน ทำให้เห็นการใช้เงินของตัวเองชัดเจนขึ้น ช่วยให้วางแผนจัดการการเงินและหนี้สินได้ดีขึ้นด้วย

โดยภาพรวม พบว่าคนทำงานที่เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่มีการสนับสนุนการเงินให้กับคนในครอบครัว ทั้งที่พักอาศัยอยู่ด้วยกัน และพ่อแม่พี่น้องที่อยู่ห่างไกล

พนักงานที่ร่วมโครงการ เห็นว่าความรู้พื้นฐานในการวางแผน/จัดการการเงิน และวิธีการสื่อสารเชิงบวกกับคนในครอบครัว เป็นตัวช่วยที่สำคัญ รวมทั้งแหล่งช่วยเหลืออื่นที่จำเป็นกรณีเผชิญวิกฤติทางการเงิน