Search
Close this search box.

นโยบายส่งเสริมมีบุตร : บทเรียนจากต่างแดน, คิดง่าย ทำยาก

“การส่งเสริมการมีบุตร” เป็น 1 ใน 7 ของนโยบายเด่น ที่อาจถูกจัดทำเป็น นโยบาย Quick Win 100 วันเห็นผลทำสำเร็จ ของรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน

การส่งเสริมประชาชนให้มีลูก ถือเป็นนโยบาย “ปราบเซียน” เพราะเป็นความพยายามอย่างยิ่งยวด สำหรับรัฐบาลในหลายประเทศ ที่ต่างก็เผชิญสถานการณ์คนเกิดน้อย คนรุ่นใหม่ไม่ยอมมีลูก จนประชากรจะไม่พอมาช่วยกันพัฒนาประเทศ

เราจะลองมาดูกันว่า บ้านเมืองอื่น ทำอะไรกันบ้างในเรื่องนี้

ส่งเสริมมีบุตร 1

สหรัฐอเมริกา

รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุไว้อย่างชัดเจนในเว็บไซต์ของรัฐบาล ว่าไม่มีนโยบายควบคุม เพิ่ม/ลด ประชากร

เพราะมองว่าจำนวนประชากรต้องถูกกำหนดด้วยความต้องการของคู่ชีวิต รัฐบาลมีหน้าที่สนับสนุนสุขภาพอนามัยเจริญพันธุ์ให้ประชาชนเท่านั้น

แม้ไม่ได้มีนโยบายกระตุ้นให้คนมีลูก แต่สหรัฐฯ มีนโยบายสนับสนุนเด็กและครอบครัว เช่น

  • เงินช่วยเหลือครอบครัวยากจน
  • ลดหย่อนภาษีคนมีลูก
  • กฎหมายลาคลอด ขั้นต่ำ 12 สัปดาห์
  • สวัสดิการด้านประกันสุขภาพของเด็ก
ส่งเสริมมีบุตร 2

สาธารณรัฐประชาชนจีน

เริ่มนโยบายลูกคนเดียว (จะให้สวัสดิการรัฐแก่ลูกเพียงคนเดียวของครอบครัว ใครมีลูกเกินจะโดนปรับเงิน) ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 60

ผลคือ อัตราการเกิดลดลงเรื่อย ๆ

ในปี 2015 รัฐบาลจีนเปลี่ยนเป็นนโยบายลูกสองคน แต่ตัวเลขการเกิดยังต่ำอยู่ดี

ปี 2021 เปลี่ยนเป็นนโยบายลูกสามคน

งานวิจัยพบว่า ที่ตัวเลขการเกิดต่ำในจีนทุกวันนี้ ไม่ได้เป็นเพราะนโยบายลูกคนเดียว ที่ดำเนินมากว่า 50 ปีเพียงอย่างเดียว แต่มาจากสภาพสังคมเศรษฐกิจในปัจจุบัน ที่ทำให้คนไม่อยากมีลูกด้วย

ดังนั้น รัฐบาลจึงเริ่มมาตรการต่าง ๆ เช่น อุดหนุนสถานรับเลี้ยงเด็ก ลดหย่อนภาษี เพราะกลัวว่าอนาคตจะเกิดสถานการณ์ขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก

ปัจจุบัน มีเหตุการณ์ 4-2-1 แล้ว คือ คนวัยแรงงาน 1 คนต้องแบกรับภาระดูแลพ่อแม่ 2 คน และปู่ย่าตายายรวมเป็น 4 คน

ล่าสุด จีนแบนโรงเรียนกวดวิชาเอกชนเพราะเชื่อว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่มีมูลค่าสูงในครัวเรือน และทำให้คู่แต่งงานไม่อยากมีลูกเพราะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่สิ่งที่ตามมาคือโรงเรียนกวดวิชาใต้ดินที่มีราคาแพงผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด

ส่งเสริมมีบุตร 3

ประเทศญี่ปุ่น

อัตราการเกิดของญี่ปุ่น ลดลงเร็วกว่าประเทศอื่นในเอเชีย ญี่ปุ่นกลายเป็นสังคมสูงวัยเร็วกว่าที่อื่น ๆ แถมมีผู้อพยพน้อย ขาดแคลนคนวัยแรงงาน

รัฐบาลริเริ่มโครงการกระตุ้นให้คนมีลูกมากขึ้นตั้งแต่ยุค 1990 เช่น สนับสนุนสถานรับเลี้ยงเด็ก รวมถึงการอนุญาตให้คนทำงานลางานมาเลี้ยงลูก แต่ในสังคมญี่ปุ่น พนักงานออฟฟิศที่แต่งงานและยังทำงานอยู่มักเป็นผู้ชาย ซึ่งจะไม่ลาไปเลี้ยงลูกเพราะกลัวโดนไล่ออก

งานวิจัยบอกว่า แม้จะพยายามแก้ไขปัญหามา 30 ปี แต่ตัวเลขัตราเจริญพันธุ์ของญี่ปุ่นก็ยังไม่เพิ่มเท่าที่รัฐบาลพอใจ

ทั้งนี้ เพราะรัฐบาลไม่ได้มองถึงวัฒนธรรมและค่านิยม ที่ไม่เอื้อต่อการมีลูก เช่น การแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ชายหญิงชัดเจนในญี่ปุ่น ผู้หญิงเมื่อแต่งงานแล้วต้องลาออกจากงานมาเป็นแม่บ้าน รวมถึงค่านิยมการทำงานหนัก ชั่วโมงทำงานยาวนาน ล่วงเวลา รวมถึงค่านิยมการแข่งขันในเรื่องการศึกษา ยังไม่ได้ถูกแก้ไข

ส่งเสริมมีบุตร 4

เกาหลีใต้

เกาหลีใต้ เป็นประเทศที่อัตราเจริญพันธุ์ ต่ำที่สุดในโลก คือเพียง 0.78 (ข้อมูลปี 2022 ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ 1 คน มีลูก 0.78 คน)

รัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นให้คนมีลูกมาตั้งแต่ปี 2006 เช่น นโยบายสนับสนุนเงินอุดหนุนพ่อแม่ สนับสนุนสถานรับเลี้ยงเด็ก และการลาคลอดเลี้ยงลูก ..แต่ไม่ได้ผลเลย

นักวิชาการเชื่อว่า ที่นโยบายไม่ได้ผล คนเกาหลียังคงไม่อยากมีลูก เนื่องมาจากราคาอสังหาริมทรัพย์ที่พุ่งสูงเรื่อยมา ค่าใช้จ่ายค่านิยมการศึกษาที่แข่งขัน ความเครียดในเศรษฐกิจ ชั่วโมงทำงานที่ยาวนาน รวมถึงความเหลื่อมล้ำทางเพศ ผู้หญิงต้องลาออกจากงานเมื่อมีลูก

ส่งเสริมมีบุตร 5

ออสเตรเลีย

ออสเตรเลีย เป็นประเทศที่มีอัตราการเกิดต่ำมาตั้งแต่ยุค 70 แต่รัฐบาลไม่ได้มองว่าเป็นปัญหา จึงไม่ได้มีนโยบายชัดเจน

จนกระทั่ง ช่วงปี 2000 มีตัวเลขการเกิดต่ำสุดในรอบ 50 ปี รัฐบาลต้องรีบออกนโยบาย เช่น เพิ่มเงินอุดหนุนคนมีลูก ลดหย่อนภาษี สนับสนุนสถานประกอบการที่เป็นมิตรกับครอบครัว แต่ตัวเลขอัตราเจริญพันธุ์ก็ยังคงที่เท่าเดิมมาตลอด 10 ปี ยังดีที่ออสเตรเลียมีอัตราผู้อพยพเข้ามาสูง ทำให้การขาดแคลนแรงงานยังไม่เป็นปัญหามากนักในตอนนี้

ส่งเสริมมีบุตร 6

ฮังการี

ประเทศนี้มีประชากรเกิดน้อยตั้งแต่ยุค 60

ในยุคเบบี้บูมเมอร์ผู้หญิง 1 คนมีลูกเฉลี่ย 2.6 แถมต่ำลงเรื่อย ๆ ทุกปี

ในช่วงแรก รัฐบาลออกกฎหมายจำกัดการคุมกำเนิดและการทำแท้งที่ปลอดภัย แต่ไม่ได้ผล แถมตัวเลขคนทำแท้งเถื่อนเยอะขึ้นมาก เลยยกเลิกนโยบายไป

ในยุคต่อมา จึงออกนโยบายเงินอุดหนุน และเพิ่มสวัสดิการลาคลอด

ล่าสุด เพิ่มเงินอุดหนุนครอบครัวที่มีลูก 3 คนขึ้นไป ลดหย่อนภาษีพ่อแม่ สนับสนุนรักษาครอบครัวมีลูกยาก

ผลการดำเนินงาน พบว่า ในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมา เด็กเกิดใหม่อยู่ที่ปีละราว 90,000 คน ใกล้เคียงสถิติเดิม แต่ใช้เงินงบประมาณไปถึง 9,000 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 5% ของ GDP เพื่อการนี้

ส่งเสริมมีบุตร 6

นอร์เวย์

ตัวเลขอัตราเจริญพันธุ์ของนอร์เวย์ เริ่มลดลงตั้งแต่ยุค 70

รัฐบาลจึงเริ่มนโยบายสถานรับเลี้ยงเด็ก

จากนั้นพบว่า ช่วยครอบครัวดูแลลูก และกระตุ้นให้คนมีลูกเพิ่มขึ้นได้จริง จึงทำนโยบายนี้ต่อมา โดยกระจายสถานรับเลี้ยงเด็กให้ทั่วประเทศ และเพิ่มคุณภาพให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

ผลที่ตามมา คือ ค่าใช้จ่ายของภาครัฐเพิ่มสูงขึ้นมาก และผลที่ได้ก็ไม่ได้เพิ่มอัตราการเกิดเท่าใดนัก แต่แค่ชะลอให้ลดลงช้ากว่าที่อื่น

ส่งเสริมมีบุตร 7

สวีเดน และเอสโตเนีย

สองประเทศนี้ มีนโยบายกระตุ้นให้คนมีลูกคล้าย ๆ กัน คือให้ลาคลอด และลาดูแลลูกเป็นเวลายาว ๆ แถมให้สิทธิเพิ่มเติม คือลาได้เพิ่มอีก ถ้ามีลูกคนที่ 2 ในระยะเวลาใกล้ ๆ กัน (ประมาณ 24 เดือน)

ผลปรากฎว่า ช่วยกระตุ้นการมีลูกได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปคนก็มีลูกน้อยลง ๆ อยู่ดี

เรียบเรียง : พงศธร สโรจธนาวุฒิ