Search
Close this search box.

ทำไมเราต้องเกษียณอายุ ตอน 60

อายุเกษียณจากการทำงาน ดูตัวเลขทั่วโลก จะอยู่ที่ราว ๆ 60 – 65 ปี เช่น สหรัฐ 62 ปี รัสเซีย 63 หรืออังกฤษอยู่ที่ 66 ปี เป็นต้น

ประเทศไทย กำหนดอายุเกษียณไว้ที่ 60 ปี และถึงแม้จะทำงานในบริษัทเอกชนที่กำหนดให้เกษียณหลัง 60 ได้ แต่ถ้าอายุ 60 ก็ขอเกษียณได้ตามกฎหมาย

อายุเกษียณ ใครกำหนด?

การกำหนดตัวเลขการเกษียณอายุ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่รัฐต้องเอามาคำนวณ เช่น รายได้ของภาครัฐที่จะจ่ายเงินบำนาญ จำนวนผู้สูงอายุ สัดส่วนประชากรวัยทำงาน อายุขัยเฉลี่ยของประชากร ฯลฯ เพื่อกำหนดว่าประชาชนควรจะเกษียณตอนอายุเท่าไรดี

ที่ประเทศส่วนใหญ่มักเลือกช่วงอายุ 60 ปี ก็เนื่องจากยุคหลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 อายุขัยเฉลี่ยมนุษย์ทั่วโลกยังไม่สูงนัก คนอายุยืนมีไม่มาก การกำหนดค่าเฉลี่ยไว้ 60 ปีก็ถือว่าเยอะมากแล้ว คนที่จะอายุไปถึงขนาดนั้นมีจำนวนนับนิ้วได้

ที่จริง การเกษียณอายุ (Retirement) เพิ่งเกิดขึ้นในช่วง 200 ปีมานี้เอง ในอดีต การเกษียณมีไว้เฉพาะทหารในกองทัพ เมื่อปลดระวางหรือเลิกเป็นทหารจะได้รับเงินเลี้ยงชีพ หรือที่ปัจจุบันเราเรียกว่า “เงินบำนาญ”

การเกษียณจากการทำงานแบบที่เราเห็นมีช่วงเว้นวรรค เพราะหลังจากเริ่มต้นที่ประเทศเยอรมนี เมื่อครั้งยังเป็นจักรวรรดิ ก็หยุดไปหลังยุคเศรษฐกิจตกต่ำ พอถึงยุคหลังสงครามโลก เศรษฐกิจเฟื่องฟู รัฐจึงมีเงินมาสนับสนุนสวัสดิการช่วยเหลือคนสูงอายุ เงินบำนาญและการเกษียณอายุ จึงถูกเอามาปรับใช้ทั่วโลก จะเห็นได้ว่า การเกษียณ และเงินหลังเกษียณ เกี่ยวข้องชัดเจนกับเรื่องรายรับรายจ่ายของประเทศ

เกษียณแรก แห่งสยาม

ประเทศไทยเริ่มใช้กฎหมายว่าด้วยการเกษียณอายุหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475

แรกสุดกำหนดให้ข้าราชการเกษียณที่อายุ 55 ปี ต่อมาในปี 2494 จึงขยับเป็น 60 ปี ภายใต้ พ.ร.บ. บําเหน็จบํานาญข้าราชการ พ.ศ.2494 นับแต่นั้น ไทยก็กำหนดอายุ 60 เป็นเกณฑ์เกษียณมาตลอด บริษัทเอกชนเองก็ใช้ตัวเลขนี้เป็นหลักกำหนดอายุพนักงานด้วยเช่นกัน

“เกิดน้อย อายุยืน” เกษียณเอาไง?

แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป ผู้คนอายุยืนมากขึ้น แถมจำนวนคนเกิดน้อย ขาดแคลนแรงงาน การสำรวจในไทยพบว่า พออายุยืน เงินบำนาญถูกใช้หมดก่อน ชีวิตผู้สูงวัยหลังเกษียณเลยลำบาก ทั้งที่ตัวเองก็ยังแข็งแรงพอจะทำงานได้ และสำหรับหลาย ๆ คน แม้จะพ้นวัย 60 แต่การทำงานก็ยังคงเป็นเรื่องที่สนุก ท้าทาย และทำให้รู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่า เมื่อได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์

ทำให้เกิดคำถามว่า อายุ 60 จะยังคงเป็นอายุเกษียณเหมือนเดิมได้หรือไม่ เพราะคนอายุยืนขึ้น เด็กเกิดน้อยลง คนวัยแรงงานแบกทั้งเด็กและผู้สูงอายุในครอบครัวกันหลังแอ่น

ปัญหานี้เกิดขึ้นทั่วโลกไม่ใช่แค่ที่ไทย หลายประเทศก็เริ่มปรับอายุเกษียณ เช่น อังกฤษ มีแผนว่าจะขยับอายุเกษียณขึ้นอีก จาก 66 เป็น 67 ในปี ค.ศ. 2028 และเป็น 68 ในปี ค.ศ. 2037

ขณะที่ญี่ปุ่น ตัวเลขเกษียณเดิมสำหรับข้าราชการอยู่ที่ 60 ล่าสุดเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพิ่มเป็น 61 ปี และจะขยับเพิ่มขึ้น 1 ปีในทุก ๆ 2 ปี ไปจนกว่าถึงถึง 65 ปีในปีงบประมาณ 2574 ซึ่งบริษัทเอกชนของญี่ปุ่นก็เล็งว่าจะเดินตามรอยหน่วยงานภาครัฐดีไหม เพราะตอนนี้มีตัวเลขว่า ร้อยละ 25 ของบริษัทญี่ปุ่น พนักงานก็เกษียณกันที่อายุ 65 ปีอยู่ก่อนแล้ว

หรือแม้แต่ ประเทศฟินแลนด์ ก็มีการขยายอายุเกษียณให้กับคนทำงาน จนต้องมีวันลาดูแลหลานให้มนุษย์งานวัยปู่ย่าตายายกันมาแล้ว รวมทั้งหารูปแบบการจ้างงาน สร้างงานที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ อย่างงานจิตอาสา เป็นต้น

ในบ้านเรา มีการพูดคุยประเด็นขยายอายุเกษียณจาก 60 เป็น 65 ปี แต่ยังเป็นข้อถกเถียง เพราะมีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา รวมทั้งเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ เช่น เงินบำนาญจากประกันสังคม การบริหารจัดการกองทุนประกันสังคม เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตาม พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ ขณะที่สถานการณ์ด้านประชากร “เกิดน้อย อายุยืน คนวัยทำงานแบกรับภาระหนัก” ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง

ที่มา :
www.thaipbs.or.th
www.wikipedia.org
www.tfginvest.com

เรียบเรียง : พงศธร สโรจธนาวุฒิ