เป็นข้อความที่ถูกโพสต์ลงในเว็บบอร์ดชื่อดัง ต่อกะทู้หัวข้อ “สวัสดิการคนโสด VS คนมีคนมีครอบครัว” แถมด้วยลิสต์รายการสวัสดิการสำหรับครอบครัว ที่ “พนักงานโสด” ไม่ได้รับ เช่น วันลาคลอด ลาทำหมัน หักลดหย่อนบุตร คู่สมรส ค่าเล่าเรียนบุตรได้ ฯลฯ
ยังมีข้อความสนับสนุนที่น่าสนใจ จากผู้ใช้บัญชีออนไลน์รายอื่น ๆ อย่าง
“คนโสด ก็ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่นะ น่ามีวันหยุดพาพ่อแม่ป่วยไปหาหมอมั่ง ทดแทนลาคลอด”
“โสด” ก็มีครอบครัว
ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน (SES) ของสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2566 พบว่า 1 ใน 5 ของคนไทยเป็นคนโสด และถ้าดูเฉพาะช่วงวัยเจริญพันธุ์ (อายุ 15 – 49 ปี) พบว่า มีคนโสดถึงร้อยละ 40.5 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 35.7 เมื่อปี 2560
นอกจากนี้ ค่านิยมในการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นการครองตัวเป็นโสด การอยู่ด้วยกันโดยไม่จดทะเบียนสมรส มีแนวโน้มสูงขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ถดถอย ค่าครองชีพสูงขึ้น ค่าจ้างแรงงานขั้นตํ่าที่ขยับตัวไม่ทัน กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางความคิดสําหรับคนรุ่นใหม่ ที่ตัดสินใจไม่มีลูกเสียดีกว่า
สังคมสูงอายุ เป็นอีกปัจจัย ที่วัยทำงานต้องแบกรับ ปี 2565 ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นสังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ ด้วยสัดส่วนประชากรสูงวัย เกินกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด คาดการณ์ว่าอีก 20 ปี สัดส่วนผู้สูงอายุของไทยจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 31.28
การเพิ่มขึ้นของประชากรอาวุโส ส่งผลให้สัดส่วนจำนวนวัยแรงงานกับผู้สูงอายุเปลี่ยนแปลงไปด้วย ปี 2563 ประเทศไทยมีวัยแรงงาน 3.6 คนต่อผู้สูงอายุ 1 คน ล่าสุด ลดเหลือ 1.8 ต่อ 1 คาดการณ์ว่า อัตราส่วนการพึ่งพิงของผู้สูงอายุต่อวัยแรงงาน จะเพิ่มขึ้นอีกเกือบเท่าตัว จาก 27.7 ต่อวัยแรงงาน 100 คนในปี 2563 เป็น 56.2 ต่อวัยแรงงาน 100 คนในปี 2583
ข้อมูลนี้ ทำให้เห็นว่า แรงงานที่เป็นคนโสดกลายเป็น “เดอะแบก” กับเขาด้วย ด้านหนึ่งหอบภาระการงาน ส่วนอีกด้านคือความรับผิดชอบในการดูแลผู้สูงอายุในครอบครัว อีกความชัดเจนที่พบเห็นได้ทั่วไป คือประเด็นที่ว่า ในบรรดาพี่น้อง คนที่มักจะถูกคาดหวังและได้รับการมอบหมายให้ดูแลพ่อแม่สูงวัย ส่วนใหญ่ก็คือลูกที่เป็นโสด
ศุภลักษณ์ สุภาพกุล Global LGBTQ Employee บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ ด้วยประสบการณ์การทำงานภายใต้แนวคิด D&I (Diversity and inclusion) ว่าสิทธิและสวัสดิการควรจัดสำหรับคนส่วนใหญ่ในที่ทำงาน โดยกำหนดให้ครอบคลุมคนกลุ่มต่าง ๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือสวัสดิการส่วนใหญ่ถูกคิดขึ้นสำหรับคนที่แต่งงานและมีลูก ทั้งที่คนกลุ่มนี้อาจมีแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของคนทั้งองค์กรล่าสุด ไมโครซอฟท์กำลังสนใจการสร้างสวัสดิการสำหรับพนักงานที่เป็นโสด ซึ่งมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาอยู่พอสมควร
ดร.ฮอลลี่ แอนดรูวส์ รองศาสตราจารย์ด้านการฝึกสอนและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ Henley Business School แนะนำนายจ้างให้พิจารณาถึงการจัดสวัสดิการและการดูแลคุณภาพชีวิตสำหรับพนักงานที่ไม่มีลูก ซึ่งจะสอดคล้องกับหลักการยอมรับความแตกต่าง ความเท่าเทียม และความมีส่วนร่วม (D-E-I) ซึ่งองค์กรต่างให้ความสำคัญอยู่ในเวลานี้
ภาคธุรกิจในประเทศต่าง ๆ เริ่มนึกถึงการปรับสวัสดิการเพื่อตอบโจทย์ให้กับพนักงานที่ใช้ชีวิตโสดกันมากขึ้น เพราะคนโสดกลายเป็นคนกลุ่มใหญ่ และคนกลุ่มนี้ก็เริ่มส่งเสียงถามหาสิทธิประโยชน์ที่ตนควรจะได้รับเพิ่มขึ้นด้วย
อย่างเช่นที่เกาหลีใต้ พนักงานออฟฟิศกลุ่มที่ไม่นิยมการแต่งงาน เรียกร้องว่าเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมที่บริษัทจะให้สิทธิพิเศษเฉพาะกับพนักงานที่แต่งงานและมีลูกเท่านั้น เช่น การให้เงินสนับสนุนคนที่มีลูก ให้ค่าเล่าเรียนแก่บุตรของพนักงาน ซึ่งสร้างความไม่เท่าเทียมระหว่างพนักงานที่มีลูกและไม่มีลูก
สวัสดิการองค์กร ยุคสังคมสูงอายุ
ในสังคมสูงวัยที่หลายประเทศกำลังเผชิญอยู่ สวัสดิการที่องค์กรจัดให้ได้อย่างเสมอหน้า พนักงานไม่ว่าจะโสดหรือไม่ ก็
พึงพอใจอย่างแน่นอน ก็คือสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุในครอบครัว มีตัวอย่างที่น่าสนใจ เช่น
วันลาเพื่อดูแลสมาชิกในครอบครัวที่เจ็บป่วย ไม่เกิน 8 สัปดาห์/ปี
Adobe
- ประกันสุขภาพ : ขยายความคุ้มครองทางการแพทย์ให้กับผู้สูงอายุที่อยู่ในความดูแลของพนักงาน โดยบริษัทร่วมจ่าย 20 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ยังสามารถซื้อประกันเพิ่มเติมให้กับผู้สูงอายุได้ด้วย
- โปรแกรมช่วยเหลือพนักงาน (Employee Assistance Program) ให้ผู้สูงอายุที่อยู่ในความดูแลของพนักงานเข้าถึงบริการให้คำปรึกษาแบบมืออาชีพ นอกจากนี้ ผู้สูงอายุที่อยู่ในความดูแลของพนักงานยังสามารถเข้าถึงเครื่องมือและทรัพยากรต่าง ๆ ได้ อย่างเช่น การจัดการการเปลี่ยนแปลงในชีวิต การรักษาสุขภาพกาย และการรับมือกับการสูญเสียคนที่รัก
- เงินอุดหนุนสำหรับการฉีดวัคซีนผู้สูงอายุ
- บริการ MediBuddy ที่ครอบคลุม ส่วนลดการตรวจสุขภาพ ร้านขายยา ปรึกษาทางไกลกับแพทย์ การดูแลสุขภาพที่บ้านและการศึกษาจีโนม
AstraZeneca
- การดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร โดยมีเครือข่ายพยาบาลผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ ให้บริการทั้งแบบตัวต่อตัว หรือทางโทรศัพท์
- พนักงานรับบริการปรึกษาสุขภาพฟรี 6 ชั่วโมงต่อปี และสามารถซื้อบริการเพิ่มเติมได้ ซึ่งรวมถึงการประเมินความต้องการทางการแพทย์ สังคม และการทำงานของสมาชิกสูงอายุในครอบครัว
- พนักงานมีสิทธิลาหยุดเพื่อดูแลผู้สูงอายุสูงสุด 10 วันต่อปี โดยได้รับเงินอุดหนุนสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่าย
Johnson and Johnson
พนักงานทุกคนทั่วโลกสามารถลางานได้ 10 วันต่อปี เพื่อดูแลสมาชิกในครอบครัวที่มีอาการป่วยหรือบาดเจ็บร้ายแรง
นอกจากนี้ หลายบริษัท ยังเริ่มสร้างสรรค์สวัสดิการเฉพาะเพิ่มเติมสำหรับพนักงานที่เป็นโสด เพื่อชดเชยกับสิทธิที่พนักงานที่แต่งงานและมีลูกได้รับ เช่น
LG U plus
มอบเงินของขวัญ มูลค่าเท่าเงินเดือน 1 เดือน และการลาโดยได้รับค่าจ้างห้าวัน สำหรับพนักงานที่ตัดสินใจจะอยู่เป็นโสด โดยเป็นคนที่มีอายุ 38 ปีขึ้นไป และทำงานกับบริษัทมาเกิน 5 ปี พนักงานจะได้รับสวัสดิการนี้ก็ต่อเมื่อได้แจ้งกับทางบริษัทว่ายังมีสถานะเป็นโสด
ห้างสรรพสินค้าลอตเต
มอบโบนัสและการลา โดยได้รับค่าจ้าง 5 วัน ให้กับพนักงานที่ยังไม่ได้แต่งงาน และมีอายุมากกว่า 40 ปี
Shinhan Bank
จ่ายเงิน 100,000 วอน หรือประมาณ 77 ดอลลาร์สหรัฐ ให้กับพนักงานที่ยังไม่ได้แต่งงานตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งเท่ากับโบนัสที่มอบให้กับพนักงานที่แต่งงานแล้วในวันครบรอบแต่งงานทุกปี
Lush Korea
- เสนอโบนัสและการลาโดยได้รับค่าจ้าง 10 วันตั้งแต่ปี 2560 ให้กับพนักงานที่เลือกเป็นโสด
- จ่ายเงินเดือนละ 50,000 วอนให้กับพนักงานที่ยังไม่ได้แต่งงานที่มีสัตว์เลี้ยงเนื่องจากมองว่าสัตว์เลี้ยงเป็นเหมือนสมาชิกในครอบครัว เช่นเดียวกับพนักงานที่แต่งงานแล้วและมีลูก
ข้อมูล :