เปิดตัวมาตรฐาน และมอบประกาศเกียรติคุณองค์กรนำร่องมาตรฐาน FFW

เครือข่ายสถานที่ทำงานเป็นมิตรกับครอบครัว จัดงานเปิดตัวมาตรฐานสถานประกอบกิจการที่เป็นมิตรกับครอบครัว ภาคีเครือข่ายองค์กรร่วมนำร่องพัฒนามาตรฐานฯ รับมอบประกาศเกียรติคุณ

งานจัดที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซอย งามดูพลี ผู้เข้าร่วมประกอบด้วยภาคีเครือข่ายสถานที่ทำงานเป็นมิตรกับครอบครัว จากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน จำนวนประมาณ 130 คน

 

คลิกเพื่อรับชมคลิปวิดีโอ

 

ศ.ดร.นพ. พรชัย สิทธิศรัณย์กุล คณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 4 สสส. กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหา “แซนด์วิชเจเนอเรชัน (Sandwich Generation)” ของคนในวัยทำงาน ซึ่งกลุ่มนี้เป็นเดอะแบกที่ต้องแบกรับภาระพึ่งพิงเพิ่มขึ้นสองชั้น คือการที่ต้องดูแลบุตรและดูแลพ่อแม่ไปพร้อมกัน ทำให้เกิดภาวะเครียด และส่งผลให้มีความเปราะบางทางการเงินและปัญหาสุขภาพทั้งกายและใจ

ดังนั้น การออกแบบสภาพแวดล้อม นโยบาย และระบบการทำงานที่เอื้อต่อการทำงานที่มีคุณค่า การได้ใช้ชีวิตที่มีความหมาย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน

 

 

ณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักอาวุโส สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สสส. กล่าวว่า เครือข่ายสถานที่ทำงานเป็นมิตรกับครอบครัว ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2563 โดยเริ่มจากการสำรวจข้อมูลที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับรวบรวมกลุ่มคนที่มีความสนใจ รวมทั้งรวบรวมบทเรียนจากองค์กรต่าง ๆ เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ FFW Thailand เพื่อให้ผู้สนใจสมัครเป็นสมาชิกเครือข่ายและติดตามข้อมูลจดหมายข่าวอย่างต่อเนื่อง

ในปีที่ผ่านมา เครือข่ายฯ ได้พัฒนามาตรฐานสถานที่ทำงานเป็นมิตรกับครอบครัว โดยร่วมกับ 32 องค์กรในการทดลองดำเนินงาน ก่อนนำประสบการณ์มาปรับเนื้อหา และจัดทำเป็น FFW Guide: แนวทางเพื่อการเป็นสถานที่ทำงานเป็นมิตรกับครอบครัว ที่มีการเผยแพร่ครั้งแรกในวันนี้ เพื่อให้ทุกองค์กรสามารถนำไปปรับใช้ได้

 

 

พงษ์ศักดิ์ ธงรัตนะ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สสส. กล่าวว่า มาตรฐานดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญ แต่การนำไปใช้จริงต้องเริ่มจากการสำรวจความพร้อมของแต่ละองค์กรก่อน เพราะแต่ละแห่งมีบริบทไม่เหมือนกัน

เช่น บางแห่งเริ่มจากโครงการ summer camp ให้ลูกหลานพนักงาน หรือบางองค์กรใช้งบจากงานเลี้ยงไปพัฒนาสวัสดิการสำหรับคนท้อง ซึ่งส่งผลดีต่อการมีส่วนร่วมของพนักงาน พร้อมแนะนำว่า

“เรื่องนี้ไม่มีสูตรสำเร็จ สำคัญคือต้องให้ใจ ให้เวลา และให้ปัจจัยสนับสนุนพนักงานอย่างเหมาะสม”

 

 

ศิรินภา สถาพรวจนา ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายบริหารงานบุคคล สสส. กล่าวถึงบุคลากรของ สสส. ว่าส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 35 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่มีครอบครัว และแม้จะไม่มีครอบครัวของตนเอง พ่อแม่ก็เริ่มสูงอายุอย่างชัดเจน

ด้านการบริหารจัดการเวลา พื้นฐานสำหรับหน่วยงานต่าง ๆ คือลาคลอด 3 เดือน สสส.ให้สิทธิลาต่อได้อีก 90 วัน โดยไม่รับเงินเดือน ผู้ชายลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้ 10 วันหลังภรรยาคลอดบุตร

เวลาทำงานของ สสส. ค่อนข้างยืดหยุ่น เรามุ่งเป้าที่ผลงาน คนทำงานสามารถบริหารจัดการเวลาด้วยตนเอง
รวมทั้งมีนโยบายให้พนักงานปฏิบัติงานที่ไหนก็ได้ สัปดาห์ละ 2 วัน เพื่อให้มีเวลากับครอบครัวมากขึ้น แทนที่จะต้องใช้เวลาบนท้องถนน ถือเป็นนโยบายที่สนับสนุนการบริหารเวลาเพื่อครอบครัว

พนักงานสามารถเลือกแพคเกจค่ารักษาพยาบาลที่สอดคล้องกับตนเองและครอบครัว เช่น แพคเกจ 1 สำหรับตัวเองคนเดียว แพคเกจ 2 ตัวเองกับพ่อแม่ แพคเกจ 3 ตนเอง คู่สมรส และบุตร เป็นต้น หรือ แพคเกจ 4 เรา+พ่อแม่+คู่สมรสและบุตร

ด้านการส่งเสริมการมีบุตร สสส.มีเงินช่วยเหลือการเลี้ยงดูบุตร ตั้งแต่แรกเกิดถึง 3 ปี ปีแรก 3,000 บาทต่อเดือน อายุ 2 ขวบ 2,000 บาทต่อเดือน อายุ 3 ขวบ 1,000 บาทต่อเดือน พอเข้าเรียนจะมีเงินสนับสนุนการศึกษา

ในสำนักงานมีมุมนมแม่ มุมเลี้ยงดูเด็ก รวมทั้งสนับสนุนให้พาครอบครัวมาด้วย ถ้าไม่มีคนดูแล โดยจัดสถานที่ส่งเสริมกิจกรรมครอบครัว เช่น กิจกรรม Thai Health Day Rund

 

 

ในเวที ยังมีช่วง FFW Talk โดยตัวแทนภาคีที่ปรึกษาเครือข่ายสถานที่ทำงานเป็นมิตรกับครอบครัว จากภาครัฐและเอกชน FFW Flash Talk โดยผู้บริหารจากองค์กรนำร่องพัฒนามาตรฐานฯ ร่วมนำเสนอถึงแนวคิดและแนวทางการเป็นสถานที่ทำงานเป็นมิตรกับครอบครัว

ภายในงาน มีการจัดแสดงนิทรรศการสถานที่ทำงานเป็นมิตรกับครอบครัว รวมทั้งมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเครือข่ายภาคประชาสังคม ร่วมออกบูธเพื่อนำเสนอแนวทางการสนับสนุนเพื่อการเป็นสถานที่ทำงานเป็นมิตรกับครอบครัวอีกด้วย

 

 

 

 

Download ที่นี่ FFW Guide: แนวทางเพื่อการเป็นสถานที่ทำงานเป็นมิตรกับครอบครัว