Alliship เราไม่ต้องใช้เงิน แต่ทั้งองค์กรสัมพันธ์กันดีขึ้น

พรพิสุทธิ์ ยอดปัญญา ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด

BIG (บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด) เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับ Industrial Gas และกำลัง Transform ไปสู่ Climate Tech Company ในเรื่องของการลดภาวะโลกร้อน และก๊าซเรือนกระจก หลังจากที่เราร่วมงานกับ สสส.มาประมาณ 6 เดือน สิ่งที่เราได้เรียนรู้ ได้รับ แล้วก็เอาไปปรับใช้มีอะไรบ้าง

ต้องบอกว่าเราสองคน เป็นเสมือนหมูหยอง เศษหมูหยองที่อยู่ตรงกลางแซนด์วิช แทบจะไม่มีไส้เลย แต่เราต้องแบกทั้งข้างบนข้างล่างเอาไว้ เราเป็นมนุษย์แซนวิช ที่ไส้มันน้อยมาก ๆ ดังนั้น เราสองคนจึงอินมาก ๆ ที่จะผลักดันให้ผู้บริหารเห็นความสำคัญของการดูแลครอบครัวของพนักงาน และเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างพนักงานให้มา Engage กับองค์กรมากยิ่งขึ้น เราก็เลยทำกันอย่างเต็มที่

สิ่งที่เราเห็นและได้รับก็คือ หนึ่ง พอเราเข้าใจถึงมาตรการมากยิ่งขึ้น เรา shape ให้มันชัดมากยิ่งขึ้น ก็มีการคุยกับทางหัวหน้า ในการตั้งตัวแทนคณะกรรมการที่ดูแลสวัสดิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดูแลครอบครัว จากแต่แรกที่เป็นคณะกรรมการสวัสดิการธรรมดา แต่ทีนี้เราจะมาโฟกัสครอบครัวมากขึ้น มีการพูดคุยกับตัวแทนของพนักงาน เขาก็รู้สึกดีมากยิ่งขึ้น มีหลายคนยกมือ อยากสมัครเป็นตัวแทนพนักงาน ในการที่จะมาพูดคุยเกี่ยวกับสวัสดิการให้กับครอบครัวของเพื่อนพนักงานมากขึ้น ทุกคนก็เข้ามามีส่วนร่วม

อันที่สอง คือ เรื่องของ Data ในทีม HR ของ BIG ตอนแรกก็เหมือนกับองค์กรใหญ่ทั่วไปที่ดูแลในเรื่องของสวัสดิการต่าง ๆ มีเรื่อง Work From Home มี Flexi Benefit เรื่องประกันสุขภาพรวมไปถึงครอบครัว แต่ในส่วนของ HR เอง การที่เรามี Data ต้องวิเคราะห์ข้อมูล เราฟังจากฟีดแบ็กของพนักงาน ดูเทรนด์ต่าง ๆ ตอนนี้เราเก็บข้อมูลของพนักงานเพิ่มขึ้น ใครมีครอบครัว มีกี่คน มีลูกหรือเปล่า มีภรรยาหรือเปล่า เขาต้องมีบทบาทในการดูแลพ่อแม่ยังไงบ้าง พ่อแม่ไม่สบายหรือเปล่า ทำให้เราได้เห็นข้อมูลที่สำคัญ ๆ มากขึ้น และยิ่งสำคัญเมื่อเราเอาข้อมูลเหล่านี้ไปโยนใส่ AI มัน generate ออกมาให้เราเห็นมุมมองต่าง ๆ มากขึ้น มีข้อมูลอะไรที่เราต้องเอาไปปรับใช้

อันที่ 3 การทำเรื่องของ Alliship อันนี้เป็นสิ่งที่พนักงานให้ความสนใจมาก ๆ คือ บางส่วนเราไม่จำเป็นจะต้องใช้ตัวเงิน เราทำกลุ่มขึ้นมา เป็นกลุ่ม Alliship ในองค์กร ที่เป็นกลุ่มของพนักงานที่มาช่วยเหลือเพื่อน ๆ พนักงานที่ประสบหรือว่าต้องการความช่วยเหลือที่เขาต้องการดูแลครอบครัวในวันที่เขาไม่ได้ทำงาน ก็จะมีหลายส่วน เช่น ตอนที่มีน้ำท่วม กลุ่มนี้ก็จะไปช่วยครอบครัวพนักงานที่บ้านน้ำท่วม สมัครใจกันไป หรือบางท่านพ่อแม่ไม่สบาย ป่วย แต่เขาต้องทำงานให้กับลูกค้า ต้องขับรถอยู่ ก็จะมีเพื่อนพนักงานบางส่วนก็ไปช่วยพาพ่อแม่ไปโรงพยาบาล ไปให้อาหารหมาอาหารแมว บางทีเขาต้องไปขับรถ 2 – 3 วันส่งของให้ลูกค้า ไม่มีเวลา ฝากไปดูหมาแมวหน่อยได้ไหม

ตรงนี้ทำให้เกิดความรู้สึกว่า คนที่ไม่มีครอบครัว เขาเติมเต็มบางอย่างที่เขาสามารถดูแลครอบครัวของคนอื่นได้ คนที่มีครอบครัวนี้ก็รู้สึกขอบคุณเพื่อน จากที่ไม่เคยคุยกัน ไม่ได้สนิทกัน แต่พอมีทีม Alliship ก็จะได้เห็นถึงการเสียสละกันมากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดความสัมพันธ์ของคนในกลุ่มที่เราพยายาขยายให้ไปสู่ของพนักงานทั่วทั้งองค์กรให้รู้สึกดีมากยิ่งขึ้น ๆ มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากยิ่งขึ้น

อันที่ 5 หลังจากที่เราเข้าสู่กระบวนการในเรื่องมาตรการต่าง ๆ เราคิดว่า น่าจะลองไปเยี่ยมพนักงานขนส่งสินค้า ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดขององค์กร เป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ ทีม HR เรามีทั้งหมด 7 – 8 คน ลงพื้นที่  ประเด็นที่หัวหน้ามอบหมายคือ ไปคุยกับครอบครัว ว่าพนักงานของเราเองมีปัญหาอะไรบ้าง เขารู้สึกเป็นไงบ้างที่ทำงาน BIG

หลังจากที่เราไปเก็บข้อมูล ไปคุยกับเขา โดยเฉพาะภรรยา เขาเป็นยังไงบ้าง ต้องดูแลลูกมากน้อยแค่ไหน สามีเขาทำงานหนักไหม เขาบ่นอะไรไหม เราไปเก็บข้อมูล ซึ่งสิ่งที่เราเซอร์ไพรส์ คือ พนักงานขนส่งสินค้า ขับรถอยู่ตลอดเวลาแทบไม่มีวันหยุด วันหยุดเขาก็จะนอน เขาขับรถ ตี 1 ตี 2 ตี 3 แต่เขามีศักยภาพในการดูแลครอบครัวหลาย ๆ ครอบครัวมาก ๆ คือเขามีหลายบ้าน กลายเป็นโจทย์สำคัญว่าเราจะทำอย่างไรดี ในส่วนขององค์กร เราจะดูแลครอบครัวหลาย ๆ ครอบครัวของพนักงานยังไงดี เพราะเราเชื่อว่าครอบครัวสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวรูปแบบไหน ก็เป็นสิ่งที่เราได้เรียนรู้

คลิกเพื่อรับชมคลิปวิดีโอ

 

นิธินันท์ ลีวณิชย์ชูเกียรติ ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด

ผมขอพูด 1 นาทีสุดท้าย ยกเป็นเคสยกตัวอย่าง เรื่องแรก การจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมา สิ่งที่ได้จากโครงการที่เรามาทำ เรื่องของสัตว์เลี้ยง คือคนโสด เขามีลูก ไม่มีเมีย พ่อแม่เสียชีวิตไปแล้ว เขาอยู่กับสัตว์เลี้ยง อันนี้เราก็มีทำการเซอร์เวย์ให้เขาไป เรียกว่าเฟสแรก ซื้อประกันสุขภาพให้สัตว์เลี้ยง

อันที่ 2 เรื่อง Data ที่บอกว่าพนักงานฟีดแบ็ก แบบโน้นดี แบบนี้ไม่ใช้ สิ่งสำคัญของ Data คือการใช้งานจริง ๆ ผลออกมาก็ไปใช้งานจริง ๆ แต่เขาบอกว่าไม่ได้ใช้ อันนี้เราก็ยึด Data เป็นหลัก นี่คือความสำคัญของ Data

สุดท้าย เรื่องที่พูดถึงที่พี่ขับรถขนส่งสินค้า อันนี้เป็นเรื่องจริงเลยนะ ผมคิดว่าหลายบริษัท น่าจะมีเหมือนกัน บ้านเล็กบ้านน้อย เราพยายามตอบโจทย์พนักงานให้ Cover ทุก ๆ บ้าน

 

พรพิสุทธิ์ ยอดปัญญา

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เราได้ ผมไม่รู้ว่าองค์กรจะได้อะไรมากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่คนทำงานได้รับ พนักงานกลับมาขอบคุณ HR มากขึ้น พนักงานมาใกล้ชิดกับ HR มากยิ่งขึ้น เราได้ไปดูแลในสิ่งที่เขาให้ความสำคัญ เขาเดินมาขอบคุณ หลังจากที่เราไปสำรวจครอบครัวพนักงาน พขส. เขาไม่ได้ต้องการอะไรมาก เบื้องต้นได้ 80% เขารู้สึกดีกับองค์กร ดีกับ HR ที่เข้ามาคุย เข้ามาฟัง ว่าเขามีปัญหาอะไรบ้าง เขาต้องการอะไร จากนั้นเราก็คงจะมีกระบวนการต่อไปในการผลักดัน การขับเคลื่อนในการนำเสนอผู้บริหารแล้วก็เชื่อมโยงกับพนักงานต่อไป