บริษัท เคพีเอ็น กรีน เอ็นเนอจี โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) เราสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล พลังงานจากโซลาร์ฟาร์ม โซลาร์รูฟทอป พนักงานส่วนใหญ่เป็นวิศวกร
Pain point ที่เราเจอ คือ งานเป็น Project Based พนักงานต้องไปอยู่ต่างจังหวัด ไม่ใช่ไปแค่ 1 สัปดาห์ เขาไปที 1 ปี หรือ 8 เดือน สร้างไฟฟ้า 1 โรง บางทีใช้เวลา 2 ปี แล้วครอบครัวเขาล่ะ
บริษัทจึงต้องปรับตัว ถ้าพนักงานท่านใดจำเป็นต้องนำภรรยาและบุตรไปอยู่ด้วย ทางบริษัทจะสนับสนุนที่พักและงาน วิศวกรบางคนมาปรึกษาว่า จะขอพาภรรยาไปด้วย พอจะมีงานอะไรที่ภรรยาจะทำได้มั้ยในไซต์งาน เราก็จัดหางานให้ เป็นเรื่องของความยืดหยุ่น
เวลาที่พนักงานไปที่ไซต์งาน ผมมีนโยบายคือต้อง Trust เขาอยู่ห่างไกลเรามาก คงไม่สามารถควบคุมได้ คุณเข้างานสาย วันนี้คุณเลิกงานกี่โมง ถึงแม้เราจะมี procedure การทำงานของไซต์งานแล้วก็ตาม ก็ต้อง Trust และต้อง Respect ด้วย ถ้าไม่ ผมว่าโปรเจคท์นั้น ๆ ก็คงดำเนินการไปไม่ได้
เพราะฉะนั้น เราต้องมีนโยบายการติดตามงาน ให้เป็นไปตาม Results Base ว่าวันนี้เราดู Weekly Report เป็นหลัก งานคืบหน้าถึงไหนแล้ว กระบวนการทำงานของเราก็จะเป็น Flexible Hour
จากไซต์งาน กลับมาที่ออฟฟิศ ออฟฟิศของบริษัทอยู่ไกลมาก อยู่นอกเมือง อยู่รังสิต-นครนายก แล้วก็เจอปัญหาการ Recruit talent เหมือนกัน สิ่งที่เราทำได้ คือใช้ Family Friendly Workplace เข้ามาช่วย แน่นอนบริษัทไม่ได้อยู่กลางใจเมือง เพราะฉะนั้น Work from anywhere พนักงานทุกคนที่บริษัทมีแล็ปท็อป พนักงานสามารถเหลื่อมเวลาเข้างานได้ มาเช้า กลับเร็วหน่อย มาเลทกลับค่ำหน่อย สุดท้ายแล้วเราเอา Results base เป็นหลัก
นโยบายที่คิดว่าประสบความสำเร็จมากที่สุด คือการต่อยอดนโยบายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งบริษัทมีกองทุนอยู่แล้ว แต่เราพบว่า 2 – 3 ปีที่ผ่านมา มีพนักงานมาลาออกจากกองทุน เราจึงสำรวจ และพบว่า เขาลาออกเพราะต้องการใช้เงินก้อนไปรักษาคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่สบาย ลูกเปิดเทอม การลาออกจากกองทุนทำให้เขาเสียสิทธิ ทุกคนคงทราบว่า เราลงทุน 5% บริษัทให้อีก 5% เป็นกองทุนที่ได้ผลตอบแทน 100% และเป็นเงินออมในอนาคตของเขาด้วย คณะกรรมการบริหารของบริษัท เลยมีแนวคิดว่าถ้าอย่างนั้น ทำไมเราไม่ทำ กองทุนกู้ยืมฉุกเฉินขึ้นมาล่ะ ในเมื่อเขาก็มีเงินสะสมเขาอยู่แล้ว เราแค่เซ็ตว่า กู้ยืมได้ไม่เกิน 70 เปอร์เซ็นต์ของเงินในกองทุนของตัวเอง
นโยบายนี้เราเริ่มใช้มา 2 ปีแล้ว ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากพนักงาน ต่อไปเมื่อเขามีปัญหาการใช้เงินต้องใช้เงินสำหรับรักษาคุณพ่อคุณแม่ หรือบุตร ก็สามารถมาทำเรื่องขอกู้ยืม โดยเอากองทุนของตัวเองเป็นหลักประกันได้
นี่คือการต่อยอด ให้เขารู้สึก Secure รู้สึกว่าการทำงานที่บริษัทนี้ เขาปลอดภัย ต้องบอกว่า มี Founder ที่อยู่ในยุคบุกเบิก อายุ 60 กว่าแล้ว แนวคิดบางอย่างท่านจะเชื่อว่า การทำงานถ้าไม่ลำบาก จะไม่กระตือรือร้น ให้พนักงานอยู่ด้วยความขาดแคลน จึงจะทำงานมีประสิทธิภาพดี แต่ในยุคนี้เราพบว่า พนักงานจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น เพราะรู้สึกปลอดภัย เขาจะกล้าลองสิ่งใหม่ ๆ โดยเฉพาะบริษัทที่เป็น Engineering อย่าง เคพีเอ็นกรีน ไม่อย่างนั้น เขาจะไม่กล้าใช้ความคิดสร้างสรรค์ เขาจะพกความเครียดจากที่บ้าน มาที่ทำงาน เขาจะไม่กล้าเสี่ยงอะไรเลย ความคิดสร้างสรรค์ขององค์กรจะไม่เกิดเลย เขาจะกลัวไปหมดทุกอย่าง แต่ถ้าเขามีประกันสุขภาพ ที่บริษัทเรามีให้ และกำลังจะขยายไปถึงบุตรธิดาและครอบครัว เรามีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้ มีเงินกู้ฉุกเฉินให้เขา เรื่องของงานเกี่ยวกับครอบครัวเราซัพพอร์ตเต็มที งานแต่ง งานศพ งานบวช มีวันลาให้
สิ่งเหล่านี้เป็นแนวคิดที่อยากแชร์ให้กับท่านผู้ประกอบการ ซีอีโอทั้งหลาย ว่า จริง ๆ ไม่ได้เพิ่มต้นทุนอะไรเลย แต่ว่าทำให้พนักงานอยู่กับองค์กร และเพิ่ม Productivity ให้กับองค์กรได้อย่างแท้จริง
FFW Flash Talk โดย พิพัฒน์ ธัญธเนส Chief Executive Officer บริษัท เค พี เอ็น กรีน เอนเนอจี โซลูชั่น จำกัด (มหาชน)
ในงานเปิดตัวมาตรฐานสถานประกอบกิจการที่เป็นมิตรกับครอบครัว วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 ณ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
คลิกเพื่อรับชมคลิปวิดีโอ